ความเป็นมา
ของโครงการ

กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจและสำรวจและออกแบบรายละเอียด และผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 91 (MR10) ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนนของประเทศไทยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องตามบริบทของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมือง โดยในระยะแรกมุ่งเน้นโครงข่ายแบบรัศมี (Radial) ที่มีกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศในอดีต อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงสร้างเมืองมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและกระจายตัวมากขึ้น…

อ่านต่อ

ความเป็นมา
ของโครงการ

กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจและสำรวจและออกแบบรายละเอียด และผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 91 (MR10) ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนนของประเทศไทยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องตามบริบทของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมือง โดยในระยะแรกมุ่งเน้นโครงข่ายแบบรัศมี (Radial) ที่มีกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศในอดีต อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงสร้างเมืองมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและกระจายตัวมากขึ้น…

อ่านต่อ

วัตถุประสงค์

การกำหนดเป้าหมายโครงการมุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดทั้งในมิติวิศวกรรมและการจัดการทรัพยากรของรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ด้านหลัก ดังนี้

  • ด้านวิศวกรรม: ทบทวนและออกแบบรายละเอียดเพื่อให้เป็น ทางหลวงพิเศษมาตรฐานชั้นพิเศษ (Controlled Access Motorway) ที่มีความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล
  • ด้านสิ่งแวดล้อม: ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างละเอียด พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบให้ครอบคลุมทุกมิติ
  • ด้านเศรษฐกิจ: วิเคราะห์ความเหมาะสมทางการเงินและการลงทุน เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ (Logistics Cost) และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
  • ด้านสังคม: สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อให้โครงการสอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชนและลดผลกระทบจากการเวนคืน

วัตถุประสงค์

การกำหนดเป้าหมายโครงการมุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดทั้งในมิติวิศวกรรมและการจัดการทรัพยากรของรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ด้านหลัก ดังนี้

  • ด้านวิศวกรรม: ทบทวนและออกแบบรายละเอียดเพื่อให้เป็น ทางหลวงพิเศษมาตรฐานชั้นพิเศษ (Controlled Access Motorway) ที่มีความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล
  • ด้านสิ่งแวดล้อม: ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างละเอียด พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบให้ครอบคลุมทุกมิติ
  • ด้านเศรษฐกิจ: วิเคราะห์ความเหมาะสมทางการเงินและการลงทุน เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ (Logistics Cost) และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
  • ด้านสังคม: สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อให้โครงการสอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชนและลดผลกระทบจากการเวนคืน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • ประสิทธิภาพการเดินทาง :  ลดระยะเวลาเดินทางและต้นทุนการขนส่งสินค้า ยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค
  • ความปลอดภัยเชิงยุทธศาสตร์ : แยกการจราจรความเร็วสูงออกจากชุมชน ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนเส้นทางสายหลัก
  • การเติบโตทางเศรษฐกิจ: กระตุ้นการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ในพื้นที่อยุธยา อ่างทอง และ จ.สุพรรณบุรี ผ่านการเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 35 และทางหลวงหมายเลข 4

ประโยชน์
ที่คาดว่าจะได้รับ

  • ประสิทธิภาพการเดินทาง :  ลดระยะเวลาเดินทางและต้นทุนการขนส่งสินค้า ยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค
  • ความปลอดภัยเชิงยุทธศาสตร์ : แยกการจราจรความเร็วสูงออกจากชุมชน ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนเส้นทางสายหลัก
  • การเติบโตทางเศรษฐกิจ: กระตุ้นการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ในพื้นที่อยุธยา อ่างทอง และ จ.สุพรรณบุรี ผ่านการเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 35 และทางหลวงหมายเลข 4
อ่านต่อ

ระยะเวลา

การดำเนินงานโครงการมีระยะเวลาการศึกษา 450 วัน เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่ 4 เมษายน 2569 และสิ้นสุดสัญญา 27 มิถุนายน 2570

ระยะเวลา

การดำเนินงานโครงการมีระยะเวลาการศึกษา 450 วัน เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่ 4 เมษายน 2569 และสิ้นสุดสัญญา 27 มิถุนายน 2570

โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ และสำรวจและออกแบบรายละเอียด
และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 91 (MR10) ช่วง ทล.32 – สุพรรณบุรี